Showing posts with label จ่าเอกสมบัติ. Show all posts
Showing posts with label จ่าเอกสมบัติ. Show all posts

Sunday, 2 August 2015

ทิ้งเครื่องแบบสู่วิถีเกษตร ปราชญ์...ไม้ไผ่



“เบื่อชีวิตราชการเพราะไม่ค่อยได้กลับมาอยู่กับลูกเมีย จึงตัดสินใจลาออกมาทำเกษตรอยู่กับบ้านที่ อ.หันคา จ.ชัยนาท แรกๆเริ่มต้นด้วยการปลูกมะนาวแบบคนอื่นๆ ใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง แต่ทำไปทำมามีญาติเสียชีวิตจากยาฆ่าแมลง จึงมานั่งคิดใหม่ทำใหม่ ลด ละ เลิกใช้สารเคมี ทำพอเพียง ไม่ต้องไปพึงใคร ลดการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เน้นทำเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ”

จ่าเอกสมบัติ วิสูตรพันธุ์ อดีตทหารเรือ ที่ผันชีวิตมาทำเกษตรจนได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ปราชญ์ชาวบ้าน” เข้ารับรางวัลในงาน “หยาดน้ำจากฟ้า วิถีปราชญ์ ตามรอยพระบาท นำเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาคมอาเซียน” ซึ่งจะจัดขึ้นที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่าง 20-22 ก.ย.นี้ เล่าถึงที่มากว่าจะได้เป็นปราชญ์ชาวบ้านในวันนี้
“เพื่อทำให้ตัวเองพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง เลยมาคิดว่าจะทำอย่างไรเราถึงจะพึ่งตัวเองได้มากพึ่งคนอื่นให้น้อย มองไปมองมาแถวๆบ้านมีไม้ไผ่เป็นจำนวนมาก จึงคิดค้นหาทางเพื่อจะนำไม้ไผ่มาแปรรูป อันดับแรกเริ่มทำก่อนเอามาเผาเป็นถ่านไม้ไผ่คาร์บอนอัดแท่ง ผสมแกลบและฟางข้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เหลือทิ้งจากภาคเกษตร มาใช้ประโยชน์เป็นถ่านหุงต้มอาหาร”

และด้วยถ่านไม้ไผ่มีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นจ่าเอกสมบัติ จึงคิดต่อยอดนำมาผลิตเป็นถ่านไม้ดับกลิ่น...แต่ในแบบที่ไม่ธรรมดาหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น สามารถนำไปวางใช้ที่ไหนก็ได้ในแบบไม่เกะกะรกรุงรังลูกตา สามารถใช้ประดับตกแต่งบ้านหรือวางบนโต๊ะทำงานได้ เพราะคุณสมบัติของถ่านไม้ไผ่ไม่ได้มีแค่ดูดกลิ่นได้ดี ยังดูดซับคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ด้วย
หรือจะนำไปใช้ในแวดวงความสวยความงาม เป็นสบู่ขัดผิวขาว แชมพูสระผม การสร้างมูลค่าเพิ่มราคาได้ขึ้นไปอีก

ไม่เพียงเท่านั้น อดีตทหารเรือที่ผันตัวเองมาเป็นปราชญ์เชี่ยวชาญไม้ไผ่ ยังมีผลงานที่โดดเด่นในการนำถ่านไม้ไผ่มาทำปุ๋ยอีกด้วย โดยการนำถ่านไม้ไผ่มาบดเป็นผงผสมกับดินเหนียว หมักร่วมกับแกลบเพื่อเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ จากนั้นนำไปใส่เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ บดให้ละเอียดก่อนจะเข้าเครื่องปั้นเม็ดให้กลายเป็นอาหารดินอินทรีย์ชีวภาพ ที่มีส่วนผสมของโดโลไมค์ ฟอสเฟสลงไปด้วย เรียกว่า ทำปุ๋ยแบบครบวงจรกันเลยทีเดียว
และหลังจากค้นพบแนวทางของชีวิตว่าเดินมาถูกต้อง จึงอุทิศตนใช้บ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง ขยายความรู้ให้ชาวบ้านโดยยึดหลักพอเพียง ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถดำรงชีวิตสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ.

ที่มา : ไชยรัตน์ ส้มฉุน ไทยรัฐ

ประวัติและความเป็นมา

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทุนตำบลหนองแซง : ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน
รหัส 1-18-06-06/1-0001
        ตำบลหนองแซง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ซึ่งมีพื้นที่แบ่งออกเป็น 20 หมู่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ถึงร้อยละ 80 และการทำการเกษตรของประชาชน ใน 1 ปี เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมี เป็นเงินร่วม 30 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการแก้ปัญหาในการลดต้นทุนการผลิตในภาคเกษตร ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ ศูนย์เรียนรู้กลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง
        ศูนย์เรียนรู้กลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง ชุมชน/ เทศบาล/ หน่วยงานราชการ/ ภาคเอกชน โดยได้มีการบูรณาการความร่วมมือกันส่งเสริม สนับสนุน โดยจุดก่อเกิดเริ่มจากโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท “เศรษฐกิจพอเพียง” พึ่งตนเอง บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ในพื้นที่ของบ้านแหลมทอง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองแซง อำเภอหันคา
        ตั้งแต่เดิม ชาวตำบลหนองแซง ส่วนใหญ่ทำการเกษตรและใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก จึงทำให้คุณภาพของดินเสื่อมโทรมลงเป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมกับชาวบ้านแหลมทอง ดำเนินโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท “เศรษฐกิจพอเพียง” พึ่งตนเอง เมื่อประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว ซึ่งมีหลักการคือ การทำการเกษตรโดยเน้นการใช้ อินทรีย์ชีวภาพ แทน ปุ๋ยเคมี โดยมีการตั้ง ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน โดยได้บริจาคพื้นที่ 1 งาน และ อบต. หนองแซง จัดซื้อสมทบ ให้อีกรวมเป็นพื้นที่ 2 ไร่ เพื่อดำเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ และได้มีการสร้างโรงงานอาหารดิน อินทรีย์ชีวภาพ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และมีแปลงเกษตรผสมผสาน เป็นแปลงสาธิต เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง และฟื้นฟูทรัพยากรดินไปในตัว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ได้ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชน ได้นำไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นแนวทางแห่งการพึ่งพาตนเอง และการสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับครอบครัว และชุมชนต่อมาได้มีการบูรณาการความร่วมมือกัน จากภาคีการพัฒนาต่างๆ หลายภาคส่วนในการให้การส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงาน ทั้งทางด้านงบประมาณ และทางด้านวิชาการ จนมีการพัฒนา เป็น ศูนย์เรียนรู้กลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง
   ศูนย์เรียนรู้กลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง เป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งปัจจุบัน มีกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ เป็นศูนย์เรียนรู้ ได้แก่
1) การผลิตปุ๋ยน้ำ
2) การผลิตปุ๋ยหมัก
3) การผลิตปุ๋ยผง
4) การผลิตปุ๋ยเม็ด
5) การผลิตน้ำมันใบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว และเมล็ดสบู่ดำ
6) การผลิตแก๊สชีวภาพจากขยะในครัวเรือน
7) การผลิตถ่านอัดแท่งไร้ควันจากเศษถ่านเหลือใช้
8) การสีข้าวจากโรงสีเล็ก
9) การเผาถ่านแบบได้น้ำส้มควันไม้
10) การผลิตน้ำดื่มชุมชน

        จากกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ของศูนย์เรียนรู้กลุ่มร่วมทุนวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองแซง ทำให้มีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก มาศึกษาดูงาน และเข้ารับการฝึกอบรมจากศูนย์เรียนรู้ฯโดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม จำนวน 4 วัน 3 คืน และมีที่พักสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วย ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าวของศูนย์เรียนรู้ สามารถสร้างรายได้โดยตรงให้กับคนในชุมชน ที่เป็นบุคลากรในการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ ประมาณ 56 คน และเกิดรายได้ทางอ้อมอีกจำนวนมากมาย รวมทั้ง การที่มีการส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้อาหารดิน อินทรีย์ชีวภาพ แทน การใช้สารเคมี ใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ในปีที่ผ่านมา สามารถลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรกรรม ได้ประมาณสามล้านบาท

ความชำนาญพิเศษ/จุดเด่นของศูนย์ฯ
        เกษตรผสมผสาน การทำเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมการทำน้ำหมักชีวภาพ การทำเครื่องผลิตปุ๋ย การผลิตอาหารดิน การทำน้ำดื่ม ผลิตถ่านอัดแท่งไบโอดีเซล ผลิตแก๊สจากขยะ/เศษอาหาร (แก๊สชีวภาพ)

ความพร้อมของศูนย์ฯ
       มีอาคารฝึกอบรมรองรับเกษตรกรได้ประมาณ 50 คน และมีสถานที่พัก มีจำนวน 3 ห้อง แบ่งเป็น 1 ห้องใหญ่ 2 ห้องเล็ก สามารถนอนได้ 40–50 คน แบ่งแยกเป็นห้องนอนหญิง และชาย และมีห้องน้ำ-ห้องส้วมรอบๆ บริเวณศูนย์ฯ แยกเป็นห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง รวมทั้งหมด 12 ห้อง และมีโรงอาหาร โต๊ะ เก้าอี้ แยกออกเป็นสัดส่วนและเพียงพอสำหรับเกษตรกร และมีฐานการเรียนรู้ให้เกษตรกรได้ลงมือปฏิบัติจริง
          

ประวัติประธานกลุ่ม

ชื่อ-สกุล จ่าเอกสมบัติ วิสูตรพันธุ์
ที่อยู่ 166 หมู่1 บ้านแหลมทอง ตำบลหนองแซง
อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท 17160
โทรศัพท์ 08-7209-8138, 08-6200-4136
โทรสาร 0-5640-1132
วัน/เดือน/ปี เกิด 5 มีนาคม 2508
ประสบการณ์
        จ่าเอกสมบัติ วิสูตรพันธ์ อดีตเป็นนักดนตรีประจำกองดุริยางค์ทหารเรือ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยังมีประสบการณ์การทำงานการเกษตรและดนตรี คือเป็นวิทยากรฝึกอบรมการทำปุ๋ย อินทรีย์ชีวภาพ ชนิดน้ำชนิดผง ชนิดอัดแท่ง และชนิดเม็ด ได้ออกแบบชุดเทคโนโลยีการปั้นเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เป็นวิทยากรพิเศษสอนดนตรีสากลและเป็นวิทยากรกระบวนการตามหน่วยงานราชการและชุมชนภาคกลาง

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
- ปี 2553 รางวัลเกียรติบัตร การประกวดผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 2 ประเภทประชาชนทั่วไป
- ปี 2549 ได้รับเกียรติบัตร หลักสูตรการเกษตรตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
- ปี 2548 รางวัลชนะเลิศ ด้านการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนดีเด่น/เศรษฐกิจพอเพียง
- ปี 2547 ได้รับใบประกาศนียบัตรแห่งภูมิปัญญาเกษตรไทย “เป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริม ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเครื่องมือเครื่องใช้ดีเด่น” จากกรมส่งเสริมการเกษตร

แผนที่